August 10, 2020

แหล่งเงินกู้ยามฉุกเฉิน หากเราไม่เหลือที่พึ่ง

บัตรเครดิต (Credit Card)

บัตรที่ช่วยในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก เพราะยังไม่ต้องจ่ายเงินสดออกไปก่อน และค่อยชำระเงินในภายหลัง จึงจัดเป็นแหล่งเงินยามฉุกเฉินทางหนึ่ง โดยถ้าเรามีความจำเป็นต้องซื้อสินค้า หรือบริการใดๆ เช่น ซื้ออาหารหรือเสื้อผ้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน หรือต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่เงินออม ณ ขณะนั้นมีไม่เพียงพอ หากร้านค้าหรือผู้ประกอบการนั้นๆ รับบัตรเครดิต เราสามารถจ่ายชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิตก่อนได้ และถ้าเราสามารถชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ภายในวันที่ครบกำหนดชำระเงิน ก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โดยทั่วไปจะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-55 วัน ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินผู้ออกบัตร นอกจากนี้ บัตรเครดิตยังมีคุณสมบัติของการเป็นแหล่งเงินยามฉุกเฉินอีกข้อหนึ่ง คือ ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดจากบัตรเครดิตได้ ทั้งนี้ บัตรเครดิตจะคิดค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดอยู่ที่ 3% ของยอดเงินที่กด จึงแนะนำว่าหากจำเป็นต้องกดเงินสด ควรใช้เป็นบัตรกดเงินสด เนื่องจากไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงิน สำหรับอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากการค้างชำระค่าสินค้าหรือชำระคืนเพียงบางส่วน รวมถึงการกดเงินสดจะอยู่ที่ประมาณ 18% ต่อปี

บัตรกดเงินสด (Emergency Cash Advance)

บัตรที่ให้วงเงินกู้สำหรับการกดเงินสด ข้อดีคือ กรณีมีความจำเป็นต้องการใช้เงินด่วน สามารถเบิกถอนเงินได้ง่ายที่ตู้เอทีเอ็ม โดยทั่วไป การกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของสถาบันการเงินผู้ออกบัตรจะไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงิน สำหรับอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะอยู่ที่ 20-27% ต่อปี ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงิน โดยสามารถจ่ายคืนขั้นต่ำ 5% ของยอดใช้จ่าย ทั้งนี้ ดอกเบี้ยจากบัตรกดเงินสดจะเริ่มคิดเมื่อมีการกดถอนเงินออกมาใช้จ่าย ถ้ายังไม่มีการกดถอนเงิน จะยังไม่เสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม ดังนั้น การทำบัตรกดเงินสดติดตัวไว้เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนยามต้องการใช้เงินฉุกเฉินได้

ขอบคุณข้อมูลจาก moneyguru

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://paydayloanslcb.com/